8 กันยายน 2026

FIP แมว คืออะไร ? รู้จักโรคร้ายในแมว อาการ สาเหตุ และสิ่งที่เจ้าของควรรู้

ความน่ากลัวของโรค FIP ในแมว ไม่ได้อยู่แค่ความรุนแรงของโรค แต่คือการที่เจ้าของหลายคนไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม การทำความเข้าใจธรรมชาติของโรค FIP ตั้งแต่ต้นตอการเกิดโรค จุดสังเกตอาการสำคัญ และแนวทางการดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เจ้าของสามารถประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจพาไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่อาการจะลุกลามจนรับมือได้ยาก


FIP แมว คือ ?

โรค FIP (Feline Infectious Peritonitis) หรือโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในแมว (Feline Coronavirus: FCoV) ซึ่งเป็นไวรัสทั่วไปที่พบได้ในลำไส้แมว และมักทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

โรคนี้จะพบในลูกแมว หรือแมวที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รวมถึงแมวที่เลี้ยงรวมกันอย่างแออัดในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด เมื่อแมวกลุ่มนี้ได้รับเชื้อ FCoV แล้วร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อสู้ได้ เชื้อไวรัสจึงเกิดการกลายพันธุ์ภายในร่างกายจนพัฒนาไปเป็นโรค FIP ในที่สุด


อาการของโรค FIP ในแมว

1.แบบเปียก (Effusive form)

ท้องของแมวอาจขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจากมีของเหลวสะสมในช่องท้อง ซึ่งเป็นผลมาจากการอักเสบของหลอดเลือด หรือแมวอาจมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดปกติจากการที่มีของเหลวไปสะสมอยู่ในช่องอกหรือเยื่อหุ้มหัวใจ

2. แบบแห้ง (Non-Effusive for)

สังเกตได้ยากกว่าเพราะไม่มีน้ำหรือของเหลวสะสมในร่างกาย แต่สามารถตรวจพบก้อนผิดปกติในช่องท้องได้ โดยก้อนนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของแมวสร้าง Immune Complexes แล้วไปเกาะรวมกับผนังหลอดเลือดที่กำลังอักเสบ จนกลายเป็นก้อนเนื้อขึ้นมาในร่างกาย

3. อาการอื่น ๆ

  • แมวมีอาการซึม ไม่ร่าเริง
  • เบื่ออาหาร และไม่กินอาหาร
  • มีไข้
  • น้ำหนักลด
  • เหงือกซีด หรือเหลือง
  • เริ่มก้าวเดินไม่สัมพันธ์กัน
  • เกิดความผิดปกติของดวงตา เช่น เกิดม่านตาอักเสบ หรือลูกตากลอกกลิ้งไปมา
  • มีอาการชัก


โรค FIP ในแมว รักษาได้ไหม ?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรค FIP ให้หายขาดได้โดยตรง การรักษาจึงเน้นไปที่การประคองอาการเป็นหลัก เช่น การให้ยาลดอักเสบร่วมกับการเจาะระบายของเหลวในร่างกายออก เพื่อช่วยให้แมวสบายตัวและกลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด พร้อมช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของแมวให้รับมือกับเชื้อไวรัสได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สัตวแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสอย่าง GS-441524 หรือ Remdesivir ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโคโรนาไวรัสได้ ทว่ายาทั้งสองตัวนี้ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการและยังไม่เป็นที่ยอมรับในหลายพื้นที่ หากจำเป็นต้องใช้ คุณหมอจะพูดคุยกับเจ้าของเพื่ออธิบายถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก่อนเสมอ ขณะเดียวกันก็เริ่มมีงานวิจัยเกี่ยวกับยา Molnupiravir (ยาที่ใช้รักษาโควิด 19 ในคน) ซึ่งพบว่าให้ผลการตอบสนองในการรักษาโรค FIP ได้ดีเช่นกัน


วิธีการดูแลน้องแมวให้ห่างไกลจากโรค FIP

โรค FIP หรือโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว แม้จะเป็นโรคที่เจ้าของทุกคนกังวล แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันเจ้าตัวน้อยได้ด้วยแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. เลี้ยงในระบบปิด

ช่วงที่น้องแมวยังเป็นลูกแมว แนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดไว้ก่อน และควรหลีกเลี่ยงการพาออกไปเที่ยวหรือเล่นในที่สาธารณะ เพราะยังมีภูมิคุ้มกันไม่มากพอ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสได้ง่าย

2. พาน้องแมวไปฉีดวัคซีนเข็มหลักให้ครบถ้วนตามช่วงวัยที่สัตวแพทย์แนะนำ

วัคซีนเข็มหลัก เช่น วัคซีนรวมโรคไข้หวัดและหัดแมว (FHV, FCV, FPV) หรือที่รู้จักในชื่อวัคซีนแมวรวม, วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) และวัคซีนลิวคีเมียแมว (FeLV)

3. แยกพื้นที่ให้ชัดเจน

ควรวางชามอาหาร ชามน้ำ และกระบะทรายแยกออกจากกัน ไม่ควรวางไว้ในห้องเดียวกัน หรือตั้งใกล้กันจนเกินไป

4. ดูแลเรื่องความสะอาดให้น้องแมว

การดูแลเรื่องความสะอาดให้น้องแมวถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกมันมีสุขอนามัยที่ดี แต่การอาบน้ำแบบเดิม ๆ อาจสร้างความเครียดให้ทั้งเจ้าของและน้องแมวได้ โฟมอาบน้ำแห้งสำหรับแมว จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์

ด้วยสารทำความสะอาด Food Grade 100% และน้ำหอมเกรด Pet Friendly & Food Grade จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยแม้ลูกรักจะเลียขนหลังอาบ ผสานพลัง Keratin ที่ช่วยบำรุงขนให้นุ่มสวย พร้อมสารสกัดจากลูกพลับญี่ปุ่นที่ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังอ่อนโยนเป็นพิเศษด้วยค่า pH Balance 7-7.5 รวมถึงผ่านการทดสอบ Irritation Tested และได้รับการทดสอบโดยสัตวแพทย์แล้วว่าปลอดภัย ใช้ได้ทั้งน้องหมาและน้องแมวอย่างหมดกังวล

🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link

5. หมั่นทำความสะอาดจานชามของน้องแมว

การหมั่นดูแลทำความสะอาดชามอาหารและของเล่นของน้องแมวเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะน้ำลายและคราบอาหารฝังลึกคือแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่อาจทำให้น้องป่วยได้ การเลือกใช้น้ำยาล้างจานและของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงตอบโจทย์ที่สุด

ด้วยสูตรที่ผ่านการทดสอบโดยสัตวแพทย์และการทดสอบการระคายเคือง (Irritation Tested) มั่นใจได้ว่าอ่อนโยนทั้งต่อมือผู้ใช้และช่องปากของสัตว์เลี้ยง ใช้สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ 100% ปราศจากสารเคมีอันตราย 12 ชนิด จึงไร้สารตกค้างสะสมและปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถขจัดคราบมัน เมือกน้ำลายเหนียว และกลิ่นคาวฝังลึกจากอาหารเม็ด อาหารเปียก หรือ BARF ได้อย่างหมดจด ทั้งยังปราศจากน้ำหอมและสีสังเคราะห์ (Fragrance Free) ช่วยคืนความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีเยี่ยมให้ลูกรักของคุณในทุกมื้อ

🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link

6. ไม่ควรเลี้ยงน้อง ๆ ในพื้นที่ที่หนาแน่นเกินไป

การเลี้ยงแมวจำนวนมากจำเป็นต้องจัดสรรพื้นที่ให้กว้างขวางพอ ไม่ควรปล่อยให้น้องอยู่อันแออัดจนเกินไป

7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

พาน้องแมวไปตรวจสุขภาพและหยอดยาหรือกินยาถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอทุกปี เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แมวเป็น FIP ค่ารักษาประมาณเท่าไหร่ ?

สำหรับแมวน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ที่เป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดเปียก (Wet FIP) การรักษาด้วยยา GS-441524 เป็นเวลา 84 วัน มักจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป

โดยเคสที่มีอาการทางตา (Ocular) หรือทางระบบประสาท (Neurological) จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากต้องใช้ปริมาณยาที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน

FIP แมว ติดคนได้ไหม ?

ไวรัสโคโรนาไม่สามารถแพร่เชื้อจากแมวมาสู่คนได้


บทสรุป

แม้โรค FIP ในแมวจะฟังดูน่ากลัว แต่ความรักและความใส่ใจของเจ้าของคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพียงหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูแลสภาพแวดล้อมให้สะอาด และเสริมภูมิคุ้มกันให้น้องแมวอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้าย ให้เจ้าตัวน้อยได้เติบโตอย่างปลอดภัยและอยู่สร้างรอยยิ้มข้าง ๆ คุณไปอีกนาน

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.