เคยคิดไหมว่า รอยข่วนเล็ก ๆ หรือน้ำลายเพียงหยดเดียว
อาจนำพาแขกไม่ได้รับเชิญสุดอันตรายเข้าสู่ร่างกายได้ ?
เรากำลังพูดถึง “โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)” ที่ฟังดูคุ้นหูแต่หลายคนอาจยังไม่รู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของมัน ฉะนั้น บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับไวรัสชนิดนี้อย่างละเอียดว่าคืออะไร มีอาการและระยะฟักตัวแบบไหน พร้อมวิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในสัตว์เลี้ยงและคน เพื่อให้คุณสามารถป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักได้อย่างถูกวิธี

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) คือ ?
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) คือ โรคติดเชื้อในระบบประสาทจากสัตว์สู่คน มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งจะติดต่อผ่านทางน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะจากการกัดหรือข่วน และเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย มันจะเดินทางไปตามเส้นประสาทจนถึงสมอง ทำให้เกิดอาการอักเสบในสมองและไขสันหลังนั่นเอง

โรคพิษสุนัขบ้า อาการและระยะฟักตัว
โรคพิษสุนัขบ้าระยะฟักตัว
โรคพิษสุนัขบ้ามีระยะฟักตัวที่แปรผันอย่างมาก ตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายปี แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 3 เดือนหลังจากการสัมผัสเชื้อ ส่วนอาการมักเริ่มด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย อาจมีอาการคัน หรือปวดแปลบ ๆ บริเวณที่ถูกกัด
โรคพิษสุนัขบ้าระยะทางระบบประสาท
อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในระยะทางระบบประสาท เป็นช่วงที่ไวรัสได้เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางแล้ว จะแสดงอาการที่รุนแรงและชัดเจน โดยหลัก ๆ จะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1. ชนิดดุร้าย : ผู้ป่วยจะกระสับกระส่าย ตื่นเต้นง่าย หวาดกลัวแสง และเสียง มีภาวะกลืนลำบาก รวมถึงมีอาการกลัวน้ำ
2. ชนิดอัมพาต : พบได้บ่อยกว่าในสัตว์ แต่ก็เกิดในคนได้เช่นกัน โดยผู้ป่วยจะแสดงอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหรืออัมพาต
ที่มักเริ่มจากบริเวณที่ถูกกัดแล้วค่อย ๆ ลามไปส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
โรคพิษสุนัขบ้าระยะสุดท้าย
ระยะสุดท้ายของโรคพิษสุนัขบ้า เป็นช่วงที่ระบบประสาทถูกทำลายอย่างรุนแรงจนนำไปสู่ความตาย มักเริ่มด้วยอาการโคม่าที่ผู้ป่วยจะหมดสติ ไม่ตอบสนอง และเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าอัมพาตทั้งตัวอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอัมพาตของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจ ทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การทำงานของระบบควบคุมอวัยวะภายใน เช่น การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำมาก และอุณหภูมิร่างกายแปรปรวน จนในที่สุดก็จะนำไปสู่การเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันสั้น
ส่วนใหญ่มักไม่เกิน 7-10 วันหลังจากเริ่มมีอาการแรกของโรค เนื่องจากในระยะนี้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับความเสียหายของระบบประสาทที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป
สรุป : โรคพิษสุนัขบ้า มีโอกาสรอดไหม ?
โรคนี้แทบไม่มีทางรักษาให้หายได้เมื่อเริ่มแสดงอาการ ดังนั้น การป้องกันโดยการฉีดวัคซีนป้องกันในสัตว์เลี้ยงและการฉีดวัคซีนป้องกันและหลังสัมผัสเชื้อในคนจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการควบคุมและกำจัดโรคนี้

วิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง
โรคพิษสุนัขบ้าแม้จะเป็นโรคที่น่ากลัว แต่ข่าวดี คือ โรคนี้สามารถป้องกันได้เกือบ 100% ผ่านการดูแลอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอในฐานะผู้เลี้ยง
1. ฉีดวัคซีนสุนัขและแมวเป็นประจำ
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าถือเป็นมาตรการป้องกันที่ได้ผลและสำคัญที่สุดตามหลักการทางสัตวแพทย์ ซึ่งเจ้าของต้องให้ความสำคัญและไม่ละเลยการฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่อสัตว์เลี้ยงอายุได้ 3-4 เดือน จากนั้นควรดำเนินการฉีดกระตุ้นซ้ำตามกำหนดเวลาที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกปี

2. เลี้ยงสัตว์ในบ้าน ลดโอกาสสัมผัสสัตว์จรจัด
การจัดการความเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าที่ดีคือการจำกัดพื้นที่สัตว์เลี้ยงให้อยู่ภายในบริเวณบ้านหรือรั้วรอบขอบชิด เพื่อลดโอกาสสัมผัสกับสัตว์จรจัดหรือสัตว์ป่าที่เป็นพาหะ แต่หากจำเป็นต้องนำสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน ต้องใช้สายจูงอย่างเคร่งครัดและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติ เป็นการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อผ่านการกัดหรือสัมผัสบาดแผลให้เหลือน้อยที่สุด
3. ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ
การพาเพื่อนขนปุยไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพประจำปีไม่ได้มีประโยชน์แค่การติดตามผลวัคซีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการประเมินความเสี่ยงและตรวจหาอาการผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อดูแลความสะอาด
การรักษาความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการดูแลผิวหนัง ขน และช่องปากให้ปราศจากบาดแผลหรือรอยถลอก จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง
ที่สำคัญเลย คือ คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ อาทิ แชมพูสุนัข เพื่อลดการระคายเคืองผิวหนัง ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงรับเชื้อโรคจากภายนอก
ส่วนวิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน คือ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจรจัด สัตว์ป่าที่ไม่ทราบประวัติวัคซีน หรือมีอาการผิดปกติ หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผล ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่นานอย่างน้อย 15 นาที ตามด้วยการใส่ยาฆ่าเชื้อ
และต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลินป้องกันหลังสัมผัสโรค (PEP) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการหยุดยั้งเชื้อก่อนที่จะลุกลามถึงชีวิต
บทสรุป
ในท้ายที่สุดแล้ว โรคพิษสุนัขบ้า ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่แทบไม่มีทางรักษา ด้วยเหตุนี้ การป้องกันจึงเป็นหนทางเดียวที่สำคัญที่สุด เริ่มจากเจ้าของต้องมีความรับผิดชอบในการพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันอย่างสม่ำเสมอ และเข้มงวดในการควบคุมไม่ให้สัตว์เลี้ยงสัมผัสกับสัตว์จรจัด
การป้องกันที่เคร่งครัดนี้ คือ ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งไวรัสอันตราย ก่อนที่ความสูญเสียจะมาถึงตัวคุณและครอบครัว