สำหรับ “คนรักแมว” การเฝ้ารอคอยสมาชิกใหม่ตัวจิ๋วที่จะมาเติมเต็มความสุขในบ้านนั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เจ้าของอย่างเราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะการตั้งครรภ์ของน้องแมวไม่ได้มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมและอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนอีกด้วย
บทความนี้เราเลยจะพาคุณไปสำรวจทุกสัญญาณที่บ่งบอกว่าแมวของคุณกำลังจะเป็นคุณแม่ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่สังเกตเห็นได้ง่าย ไปจนถึงพฤติกรรมที่อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ พร้อมทั้งแนะนำวิธีดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้แม่แมวและลูกน้อยในครรภ์มีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยที่สุด

ระยะเวลาการตั้งท้องของแมว
โดยเฉลี่ย ระยะเวลาการตั้งท้องของแมวจะอยู่ระหว่าง 63 ถึง 65 วัน หรือประมาณ 9 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยที่พบได้บ่อยที่สุดในแมวทุกสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปเล็กน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ อายุ และจำนวนลูกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์แรกของการตั้งท้อง แมวมักจะไม่มีอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจน
แต่เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม เจ้าของจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรม เช่น เต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้น หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดจึงควรเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่แปด เพื่อให้แม่แมวรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด

| ช่วงเวลาอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
แม้ว่าช่วง 63-65 วันจะเป็นระยะเวลาโดยเฉลี่ย แต่ในบางกรณีการตั้งครรภ์ของแมวอาจใช้เวลานานกว่าหรือสั้นกว่านั้นเล็กน้อย โดยอาจอยู่ในช่วง 60 ถึง 70 วัน
หากการตั้งท้องของแมวใช้เวลาเกิน 70 วัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาบางอย่างที่ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัย หรือในทางกลับกัน หากลูกแมวคลอดก่อนกำหนด เช่น ในสัปดาห์ที่แปด ก็ถือเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งการดูแลลูกแมวที่คลอดก่อนกำหนดอาจต้องใช้การดูแลที่ละเอียดอ่อนและใกล้ชิดมากกว่าปกติ
แมวท้องดูยังไง ? สัญญาณบ่งบอกว่าแมวใกล้คลอด
อาการแมวใกล้คลอดอาจเป็นเรื่องที่เจ้าของหลายคนยังไม่คุ้นเคย การเรียนรู้สัญญาณเหล่านี้จึงสำคัญมาก เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมและดูแลเจ้าเหมียวได้อย่างเหมาะสมที่สุด
1. มองหาที่ซ่อนตัว
หนึ่งในคำถามที่เรามักพบบ่อย ๆ ก็คือ แมวท้องใกล้คลอด อาการเป็นอย่างไร ? ซึ่งหนึ่งในอาการของแมวใกล้คลอด ก็คือ แม่แมวจะเริ่มมองหาสถานที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยเพื่อทำรังสำหรับลูก ๆ ของมัน
สัญชาตญาณนี้เป็นไปเพื่อปกป้องลูกแมวแรกเกิดจากภัยอันตรายต่าง ๆ คุณอาจจะพบว่าแมวของคุณเริ่มเดินสำรวจตามมุมห้อง ตู้เสื้อผ้า หรือใต้เตียงเป็นพิเศษ พฤติกรรมนี้บ่งชี้ว่ามันกำลังหาทำเลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการคลอดและเลี้ยงลูกอ่อน

2. กระวนกระวายและเดินไปมา
อาการกระสับกระส่ายและเดินไปมาอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าแม่แมวเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวและเจ็บปวดจากการบีบรัดของมดลูก พฤติกรรมนี้อาจจะดูเหมือนแม่แมวกำลังหาที่พักผ่อนแต่ก็ไม่สามารถนอนนิ่งได้ เพราะมันกำลังพยายามหาวิธีที่จะคลายความไม่สบายตัวนั้น การเดินไปมาจึงเป็นวิธีหนึ่งที่มันใช้ในการจัดการกับความรู้สึกดังกล่าว
3. ส่งเสียงร้อง
หากปกติแมวของคุณไม่ค่อยส่งเสียงร้อง แต่ในช่วงเวลานี้คุณได้ยินเสียงร้องที่ดูผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงร้องที่ฟังดูเหมือนเป็นการครวญครางหรือครางเบา ๆ
นั่นอาจเป็นสัญญาณของความเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกที่เริ่มทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด

4. เลียขนตัวเองบ่อย
ในบางครั้งคุณอาจพบว่าแม่แมวเริ่มเลียขนบริเวณช่องคลอดและหน้าท้องบ่อยครั้งอย่างผิดปกติ พฤติกรรมนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมน้ำเมือกใส ๆ ไหลออกมาจากช่องคลอด นั่นแสดงว่าร่างกายของแม่แมวเริ่มทำความสะอาดและเตรียมความพร้อมสำหรับการเบ่งลูกออกมานั่นเอง
5. อ้อนมากขึ้น หรือหลบหนี
พฤติกรรมทางอารมณ์ของแม่แมวก็อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บางตัวอาจแสดงออกถึงความต้องการด้านความรักและความใกล้ชิดจากเจ้าของมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อหาความมั่นคงทางจิตใจจากบุคคลที่มันไว้วางใจ
แต่ในทางกลับกัน บางตัวอาจจะแสดงออกในทางตรงกันข้าม คือ เริ่มหลบซ่อนตัวและแยกตัวออกจากทุกคน รวมถึงหลีกเลี่ยงการถูกสัมผัส พฤติกรรมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวของแมวแต่ละตัว

6. อาการหอบ
ในช่วงเวลาที่ใกล้คลอด แม่แมวอาจมีอาการหอบหรือหายใจถี่ขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเบ่งคลอด คุณอาจสังเกตเห็นว่าการหายใจของมันดูหนักและสั้นกว่าปกติอย่างมาก
โดยอาการนี้จะพบได้บ่อยในช่วงชั่วโมงสุดท้ายก่อนการคลอดจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ และมักจะมาพร้อมกับการเบ่งที่บ่งชี้ว่าลูกแมวตัวแรกกำลังจะคลอดออกมาแล้ว
สิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าแมวท้อง
พารากราฟนี้จะนำเสนอ 3 ขั้นตอนหลักที่คุณควรปฏิบัติทันทีเมื่อสงสัยว่าแมวของคุณกำลังตั้งท้อง เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม และมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาถึง
1. พาแมวไปพบสัตวแพทย์
สิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อสงสัยว่าแมวของคุณตั้งครรภ์ คือ การรีบพาพวกมันไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด การตรวจร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยยืนยันการตั้งครรภ์ได้อย่างแม่นยำ และยังเป็นการตรวจเช็กสุขภาพโดยรวมของแม่แมว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันแข็งแรงพอที่จะอุ้มท้องได้จนครบกำหนด
2. อัลตราซาวด์
อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรละเลย คือ การนัดหมายเพื่อทำอัลตราซาวด์ การทำอัลตราซาวด์จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถยืนยันการตั้งครรภ์ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญกว่านั้น คือ การนับจำนวนลูกแมวในครรภ์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาคลอดได้ดียิ่งขึ้น

3. เตรียมที่คลอด
เมื่อน้องแมวใกล้คลอด สิ่งสำคัญที่คุณควรทำ คือ การจัดเตรียมพื้นที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยสำหรับการคลอด เพื่อให้แม่แมวรู้สึกผ่อนคลายและไม่เครียดจนเกินไป
หากจำเป็นต้องทำความสะอาดบริเวณที่คลอด ก็ควรเลือกใช้ ทิชชู่เปียก หรือ น้ำยาถูพื้นสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่แมวและลูก ๆ ที่กำลังจะเกิดมา นอกจากนี้ อย่าลืมเตรียม สเปรย์ดับกลิ่นสัตว์เลี้ยง ไว้ใกล้ ๆ เพื่อช่วยควบคุมกลิ่นไม่พึงประสงค์ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้คุณและแม่แมวผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างราบรื่นที่สุด
บทสรุป
จะเห็นได้ว่า การตั้งครรภ์ของแมวเป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะการดูแลอย่างดีจะช่วยให้แม่แมวรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย ทำให้ทั้งการตั้งครรภ์และการคลอดเป็นไปอย่างราบรื่น
“เมื่อถึงวันสำคัญ ที่เราจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวจิ๋ว
สิ่งที่เราได้รับกลับคืนมา จึงไม่ใช่แค่ลูกแมวเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงความสุข และ ความผูกพันอันล้ำค่า
ที่เกิดจากการดูแลเพื่อนซี้สี่ขาของเราอย่างดีที่สุดอีกด้วย ”