สำหรับคนรักแมวแล้ว ไม่มีอะไรจะสุขใจเท่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าเหมียวขนฟูผู้เป็นที่รัก แต่ในความน่ารักมักมีภัยเงียบที่มองไม่เห็นและทำลายบรรยากาศอันแสนสุข นั่นคือ กลิ่นฉี่แมวที่ฝังแน่น มันไม่ใช่เพียงแค่กลิ่นเหม็นธรรมดา แต่เป็นกลิ่นแอมโมเนียอันทรงพลังที่สามารถซึมลึกเข้าไปในเส้นใยพรม พื้นไม้ หรือแม้กระทั่งโซฟาตัวโปรด กลายเป็นร่องรอยแห่งความทรงจำที่ไม่พึงประสงค์
ที่สำคัญที่สุด คือ หากกำจัดไม่ถูกวิธี กลิ่นเหล่านี้จะย้อนกลับมาทักทายคุณอีกครั้งราวกับเป็นคำสาป เพราะแมวของคุณจะถูกดึงดูดให้กลับมาทำธุระซ้ำที่เดิม !

ทำไมกลิ่นฉี่แมวถึงหายยากกว่าที่คิด ?
แมวจะขับถ่ายสารฟีโรโมน (Pheromones) และสารประกอบอื่น ๆ ที่มีไนโตรเจนสูง เช่น กรดยูริก (Uric Acid) ออกมาในปัสสาวะ ซึ่งกรดยูริกนี้เป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ และมีโครงสร้างเป็นผลึกเล็ก ๆ ที่สามารถเกาะติดฝังแน่นอยู่ตามพื้นผิวที่มีรูพรุน เช่น พรม ไม้ หรือปูน
เมื่อน้ำหรือสารทำความสะอาดระเหยไป ผลึกของกรดยูริกจะยังคงอยู่และเมื่อสัมผัสกับความชื้นในอากาศ จะมีการปล่อยสารประกอบแอมโมเนียและสารมีกลิ่นอื่น ๆ ออกมาซ้ำ ๆ ทำให้กลิ่นเหม็นรุนแรงและติดทนยาวนานกว่ากลิ่นของปัสสาวะทั่วไป
| กลิ่นฉี่แมวจะอยู่กี่วันกว่าจะหาย ?
นับเป็นปัญหาโลกแตก กับคำถามที่ว่ากลิ่นฉี่แมวกี่วันหาย ? ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า กลิ่นฉุนจากแอมโมเนียและกรดต่าง ๆ ในปัสสาวะแมวสามารถคงอยู่ได้เป็นสัปดาห์ เดือน หรือแม้กระทั่งเป็นปี โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการฉี่ซ้ำ ๆ เนื่องจากสารประกอบเหล่านี้จะสะสมและยึดติดกับวัสดุอย่างถาวร
ดังนั้น การจะกำจัดปัญหานี้ให้หมดจดจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้องด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้แมวกลับมาฉี่ซ้ำที่เดิมอย่างมีประสิทธิภาพ [ Tips : วิธีป้องกันแมวฉี่ไม่เป็นที่ ]

| วิธีกําจัดกลิ่นฉี่แมวด้วยของใช้ในบ้าน (ธรรมชาติ)
วิธีจัดการกลิ่นฉี่แมว (แบบธรรมชาติ) ที่ทรงพลังที่สุด คือ การรวมพลังของน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา เพราะฉี่แมวมีส่วนประกอบของกรดยูริกที่มีกลิ่นฉุน น้ำส้มสายชู (กรด) จะเข้าสลายผลึกกรดยูริกนี้ให้เป็นกลางและช่วยฆ่าเชื้อได้ในเบื้องต้น (ผสมน้ำ 1:1 แล้วพ่น/ซับออก)
จากนั้นตามด้วยการโรยเบกกิ้งโซดา (ด่าง) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นและความชื้นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกลิ่นแอมโมเนียที่หลงเหลืออยู่ การใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและดูดซับกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดับกลิ่นฉี่แมวในบ้านด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้ผลจริง
กลิ่นฉี่แมวที่ติดฝังในบ้านนั้นมีความเฉพาะตัวสูงและกำจัดได้ยากกว่ากลิ่นปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ฉะนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าเรามีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหากลิ่นฉี่แมวโดยเฉพาะ
ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะใช้เทคโนโลยีในการย่อยสลายผลึกกรดยูริกได้อย่างล้ำลึก เพื่อกำจัดต้นตอของกลิ่นได้อย่างถาวร แทนที่จะเป็นการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอมเพียงอย่างเดียว

1. สเปรย์กำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยง
ผลิตภัณฑ์ประเภทสเปรย์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นฉี่แมวจะต้องใช้หลักการทำงานของเอนไซม์หรือโปรไบโอติกคลีนเนอร์ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่สามารถผลิตเอนไซม์เพื่อย่อยสลายผลึกกรดยูริกให้แตกตัวและสลายไปเป็นน้ำ/ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แทนที่จะเป็นการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม ซึ่งถือเป็นการทำความสะอาดที่ลงลึกถึงระดับโมเลกุลอย่างยั่งยืน
โดย สเปรย์ดับกลิ่นสัตว์เลี้ยง LovliTails ถูกออกแบบมาให้มีสูตรที่อ่อนโยนต่อสัตว์เลี้ยง ไม่ทิ้งสารเคมีรุนแรงที่อาจทำลายพื้นผิวหรือก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจของทั้งคนและสัตว์ แต่สามารถขจัดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในทันทีที่ใช้

2. ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสัตว์เลี้ยง
เมื่อผ้าห่ม ที่นอน หรือเบาะโซฟาถูกปนเปื้อนด้วยปัสสาวะของน้องแมว การซักด้วยน้ำยาซักผ้าทั่วไปมักไม่เพียงพอ เนื่องจากโมเลกุลของกลิ่นสามารถติดฝังลึกในเส้นใยผ้าได้ จึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่คิดค้นขึ้นมาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสัตว์เลี้ยง จาก LovliTails
โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีสูตรพิเศษที่เน้นการขจัดกลิ่นสาบและกลิ่นฉี่โดยเฉพาะ พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง จึงมักปราศจากสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองผิวหนังของน้องแมว และความโดดเด่นของสินค้ากลุ่มนี้ที่เจ้าของแมวชื่นชอบ คือ การเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยลดการเกาะติดของขนสัตว์บนผ้าได้มากกว่า 30% ซึ่งถือเป็นประโยชน์สองต่อที่ช่วยให้งานซักผ้าสำหรับทาสแมวเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการขจัดกลิ่นและการดูแลความสะอาดของเส้นใยผ้า

เช็กลิสต์ ! วิธีทำความสะอาดจุดที่แมวฉี่อย่างถูกวิธี
| ตรวจจุดที่แมวฉี่ซ่อนอยู่ | กลิ่นฉี่แมวที่มองไม่เห็น คือ ภัยเงียบที่ทำให้น้องแมวกลับมาฉี่ซ้ำ ซึ่งการตรวจตราด้วยตาอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้ “ไฟแบล็กไลท์” (Black Light หรือ UV Light) ในการตรวจหาคราบปัสสาวะที่หลงเหลือตามซอกมุม ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือใต้พรม เพราะแสง UV จะทำให้ผลึกกรดยูริกที่ซ่อนอยู่เรืองแสงขึ้นมา ทำให้คุณสามารถทำความสะอาดกับกลิ่นที่มองไม่เห็นได้อย่างตรงจุด |
| ป้องกันไม่ให้แมวกลับมาฉี่ซ้ำจุดเดิม | หลังจากทำความสะอาดกลิ่นเก่าจนหมดจดแล้ว ขั้นตอนถัดมา คือ การเบี่ยงเบนความสนใจในพื้นที่นั้น ๆ อาจทำได้โดยการนำชามอาหารหรือชามน้ำมาวางไว้ ณ จุดที่เคยฉี่ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วแมวจะไม่ชอบการขับถ่ายในบริเวณที่มีอาหาร นอกจากนี้ ยังสามารถวางของเล่นหรือที่ลับเล็บไว้บริเวณนั้น เพื่อเปลี่ยนความหมายของพื้นที่ จากที่ขับถ่ายให้กลายเป็นพื้นที่เล่นและผ่อนคลาย เพื่อตัดวงจรการฉี่ซ้ำที่เกิดจากการจำกลิ่นเดิม |
| ปรับพฤติกรรม | การที่แมวฉี่นอกกระบะทรายบ่อยครั้งมักไม่ใช่แค่เรื่องของความสกปรก แต่อาจเป็น สัญญาณของความเครียด ปัญหาสุขภาพ หรือความไม่พึงพอใจต่อกระบะทราย การแก้ปัญหาจึงต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น ตรวจสอบว่ากระบะทรายมีความสะอาดเพียงพอหรือไม่, ชนิดของทรายเหมาะสมกับน้องแมวหรือไม่ หรือกระบะตั้งอยู่ในที่ที่เงียบสงบและเข้าถึงง่ายหรือไม่ หากทำทุกอย่างแล้วพฤติกรรมยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ (โดยเฉพาะระบบทางเดินปัสสาวะ) หรือนักบำบัดพฤติกรรมสัตว์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม |
บทสรุป
สรุปแล้ว การจะบอกลากลิ่นฉี่แมวได้อย่างถาวร คือ การเปลี่ยนจาก “การจัดการกลิ่น” เป็น “การกำจัดแหล่งกลิ่น” และการป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งกลิ่นใหม่ ด้วยการแก้ไขพฤติกรรมและดูแลสุขภาพแมวอย่างรอบด้าน เมื่อทั้งสองส่วนนี้ทำงานร่วมกัน บ้านของคุณก็จะกลับมาหอมสะอาดและเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับทั้งคุณและเจ้าเหมียวที่คุณรัก